news

news

ข่าวสารและบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะและองค์ความรู้

WISDOM MAX CENTER | CREATE YOUR WISDOM FOR GROWTH
WISDOM MAX CENTER | CREATE YOUR WISDOM FOR SUCCESS
WISDOM MAX CENTER | CREATE YOUR WISDOM FOR PROFITABILITY

We are the Training Institute that is committed to providing knowledges and potentials for people development

In-house Training

เปลี่ยนนิสัยขี้หงุดหงิด เหวี่ยง วีน ด้วย 6 วิธีเด็ด ทำแล้วดีชัวร์

  • Team_Migrate
  • 10 ก.พ. 2565
  • 157 ครั้ง

เปลี่ยนนิสัยขี้หงุดหงิด เหวี่ยง วีน ด้วย 6 วิธีเด็ด ทำแล้วดีชัวร์

 

      เรื่องอารมณ์หงุดหงิด เหวี่ยง วีน เป็นสิ่งที่ไม่เข้าใครออกใคร แต่ถ้าหากเกิดขึ้นกับใครบ่อย ๆ ก็อาจจะทำให้คนรอบข้างรู้สึกเบื่อหน่ายได้ เพราะคงไม่มีใครอยากจะอยู่ใกล้กับคนที่อารมณ์ไม่ดีตลอดเวลาหรอกใช่ไหมคะ ดังนั้นวันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยจะนำวิธีง่าย ๆ ที่หนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่มีนิสัยขี้หงุดหงิดจะเปลี่ยนนิสัยจากคนอารมณ์บูด ๆ เป็นคนที่อารมณ์ดี และสดใสได้ตลอดทั้งวันมาฝาก รับรองว่าไม่ยากเกินไปที่จะทำ แค่เพียงเริ่มทำเท่านั้นก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้แล้วล่ะ 

 

1. นอนหลับให้เพียงพอ

การนอนหลับไม่เพียงพอเป็นสาเหตุที่ทำให้กลายเป็นคนขี้หงุดหงิดได้ และถ้ายิ่งนอนไม่เพียงพอติดต่อกันก็จะยิ่งทำให้หงุดหงิดมากขึ้นกว่าเดิม เพราะแค่เพียงคุณนอนน้อยไป 1 - 2 ชั่วโมงในเพียงแค่คืนเดียว ก็จะส่งผลกระทบไปถึงการนอนหลับของคืนต่อ ๆ ไป และถ้าหากเป็นอย่างติดต่อกันไป 1 สัปดาห์ละก็ไม่ต้องพูดถึงเลยล่ะค่ะว่าการนอนไม่เพียงพอนั้นจะเปลี่ยนนิสัยให้คุณกลายเป็นคนขี้หงุดหงิดได้มากขนาดไหน ดังนั้นถ้าไม่อยากเป็นคนขี้หงุดหงิด แค่เพียงนอนหลับไปให้เพียงพออย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อวัน และจะต้องเป็นเวลานอนที่ติดต่อกันด้วยนะ การหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดคืนก็ทำให้คุณนอนไม่เต็มอิ่มและหงุดหงิดได้เช่นกัน

 

2. ผ่อนคลายลงซะบ้าง

 ความเครียด เป็นสาเหตุหลักของอารมณ์หงุดหงิดเลยเชียวล่ะ ซึ่งความเครียดส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเกิดจากปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามาทับถมดังนั้น แทนที่คุณจะไปเคร่งเครียดกับมันจนหัวระเบิด คุณก็แค่ทำใจให้เย็นลองแล้วหันกลับไปมองปัญหา ลองดูสิว่าปัญหาของคุณมีอะไรบ้าง และปัญหาใดที่คุณสามารถแก้ไขได้ ปัญหาใดที่คุณต้องยอมรับและร้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นบ้าง อย่าโทษตัวเองในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ให้บอกกับตัวเองว่าคุณได้ทำในสิ่งที่คุณสามารถทำได้แล้ว เมื่อคุณสามารถใจเย็นลงได้ อาการหงุดหงิดของคุณก็จะลดลงตามไปด้วยค่ะ

 

3. ดูแลตัวเองให้ดีกว่าเดิม    

อีกปัญหาหนึ่งที่ทำให้คนเรามีนิสัยหงุดหงิดได้ง่าย ๆ ก็คือภาพลักษณ์ของเราที่ดูไม่ดีนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นความอ้วน หรือผิวพรรณที่ไม่สดใส ทำให้ดูโทรมจนตัวเองยังต้องหงุดหงิด วิธีเหล่านี้แก้ไขได้ไม่ยาก แค่เพียงคุณหันกลับมาดูแลตัวเองโดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายให้มากขึ้น เมื่อคุณมีร่างกายที่แข็งแรงแล้วคุณก็จะมีอารมณ์ที่ดีขึ้น นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงบุคลิกและภาพลักษณ์ตัวเองก็สามารถช่วยทำให้คุณรู้สึกกับตัวเองได้อีกด้วย และเมื่อคุณชอบตัวเองมากขึ้น นิสัยขี้หงุดหงิด ก็จะหายไปอย่างแน่นอน

 

4. ทำในสิ่งที่ชอบ 

เมื่อคนเรารู้สึกไม่มีความสุข ก็มักจะต้องการให้คนอื่นได้รับรู้ผ่านอารมณ์หงุดหงิด เหวี่ยง วีน ในขณะเดียวกันถ้าหากเรามีความสุข ได้ทำในสิ่งที่ชอบ จิตใต้สำนึกของคุณก็ต้องการแสดงออกให้ผู้อื่นรับรู้เช่นกันว่าคุณมีความสุข ดังนั้นแทนที่คุณจะปล่อยให้ตัวเองมีความทุกข์แล้วแสดงออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจก็หาอะไรที่ทำแล้วมีความสุขดีกว่าเนอะ เวลาที่อยู่กับคนอื่น ๆ คุณจะได้รู้สึกยิ้มแย้มตลอดเวลาไงล่ะ

 

5. พูดออกมา 

หลายคนมักกลายเป็นคนขี้หงุดหงิดก็เพราะประหม่าและไม่กล้าพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา วิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ก็คือการพูดออกมา ลองหันไปหาเพื่อนสักคนที่แคร์คุณและห่วงใยคุณ ผลัดกันระบายถึงปัญหาที่พบเจอ ก็จะทำให้คุณรู้สึกสบายใจมากขึ้น แต่ถ้าหากปัญหาเหล่านั้นเป็นเรื่องที่คุณไม่สามารถบอกกับเพื่อนของคุณได้ ในปัจจุบันก็มีนักจิตบำบัดมากมายที่พร้อมจะช่วยรับฟังปัญหาของคุณ และเมื่อคุณได้ระบายออกมาจนสบายใจแล้ว ก็จะช่วยทำให้อารมณ์ที่ขุ่นมัวในใจของคุณดีขึ้น นิสัยขี้หงุดหงิดของคุณก็จะหมดไปค่ะ

 

6. พบแพทย์ 

หากทุกวิธีที่แนะนำมาข้างต้นไม่สามารถทำให้คุณหายหงุดหงิดได้ วิธีสุดท้ายก็คือการไปพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรึกษาถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะบางทีอารมณ์หงุดหงิดเหล่านี้ก็อาจจะเกิดขึ้นจากปัญหาสุขภาพที่คุณไม่รู้ตัวก็ได้ค่ะ ซึ่งการรักษาทางการแพทย์จะช่วยทำให้นิสัยขี้หงุดหงิดของคุณลดลงได้ค่ะ

 

      นิสัยขี้หงุดหงิดนั้นเป็นนิสัยที่ควรเปลี่ยนแปลงให้เร็วที่สุด เพราะยิ่งเจ้านิสัยนี้อยู่กับเรานานมากเท่าใด ก็จะยิ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสุขภาพจิต และบุคลิกภาพไปในทางที่ไม่ดีได้ คงไม่มีใครที่อยากจะกลายเป็นคนอารมณ์ร้ายหรอกเนอะ จริงไหมคะ

หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง

ปลดล็อกพลังในตัวคุณ: 5 กุญแจสู่ "ความไว้วางใจในตัวเอง"

ปลดล็อกพลังในตัวคุณ: 5 กุญแจสู่ "ความไว้วางใจในตัวเอง"

สวัสดีค่ะ ผู้เรียนรู้ทุกท่าน! เคยรู้สึกไหมคะว่าบางครั้งเราก็แอบลังเล ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่กล้าก้าวออกจากคอมฟอร์ทโซน หรือรู้สึกเหมือนพลาดโอกาสดีๆ ไป เพียงเพราะขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง? ถ้าคำตอบคือ "ใช่" คุณไม่ได้อยู่คนเดียวนะคะ! ที่ Wisdom Max Center เราเข้าใจดีว่า "ความไว้วางใจในตัวเอง" หรือ Self-Trust นั้นสำคัญแค่ไหน มันไม่ใช่แค่ทักษะ แต่เป็นเสมือนประตูบานสำคัญที่จะเปิดไปสู่ความสำเร็จในทุกๆ ด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน การเรียนรู้ ความสัมพันธ์ หรือแม้แต่การใช้ชีวิตประจำวันให้มีความสุขและมั่นใจ วันนี้ Wisdom Max Center อยากชวนคุณมาไขความลับของการสร้างความไว้วางใจในตัวเองอย่างเป็นกันเองและเข้าใจง่าย พร้อม 5 เคล็ดลับที่เราคัดสรรมาเป็นพิเศษ เพื่อให้คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง และปลดล็อกศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณ!

ปลดล็อกศักยภาพลูกน้อย: 5 ไอเดียสุดว้าว สร้าง Growth Mindset ให้เด็กๆ เติบโตอย่างมั่นใจกับ Wisdom Max Center!

ปลดล็อกศักยภาพลูกน้อย: 5 ไอเดียสุดว้าว สร้าง Growth Mindset ให้เด็กๆ เติบโตอย่างมั่นใจกับ Wisdom Max Center!

คุณพ่อคุณแม่และคุณครูทุกท่านคะ ในยุคที่โลกหมุนเร็วปานจรวด ความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้นแทบทุกวัน การเรียนรู้จึงไม่ใช่แค่การท่องจำตำรา หรือวัดกันที่เกรดอีกต่อไปแล้วค่ะ สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ "ทัศนคติที่แข็งแกร่ง" ที่จะช่วยให้เด็กๆ ของเราปรับตัว กล้าเผชิญความท้าทาย และเรียนรู้จากทุกประสบการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ที่ Wisdom Max Center เราเข้าใจถึงความสำคัญนี้ดี และเชื่อมั่นว่า "Growth Mindset" หรือ "ความคิดแบบเติบโต" คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกน้อยของคุณเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ยืดหยุ่น เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต และไม่กลัวความล้มเหลวค่ะ