news

news

ข่าวสารและบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะและองค์ความรู้

WISDOM MAX CENTER | CREATE YOUR WISDOM FOR GROWTH
WISDOM MAX CENTER | CREATE YOUR WISDOM FOR SUCCESS
WISDOM MAX CENTER | CREATE YOUR WISDOM FOR PROFITABILITY

We are the Training Institute that is committed to providing knowledges and potentials for people development

In-house Training

พนักงานผลงาน "ไม่เข้าตา ไม่ถูกใจ ไม่เอาไหน" หัวหน้าจะทำอย่างไร

  • wisadmin
  • 18 เม.ย. 2558
  • 69 ครั้ง

พนักงานผลงาน "ไม่เข้าตา ไม่ถูกใจ ไม่เอาไหน" หัวหน้าจะทำอย่างไร

 

              หากเรามีพนักงานที่มีผลงานที่ไม่เข้าตาเราเลยหรือมีพฤติกรรมที่เราไม่ชอบใจ ไม่ถูกใจหรือไม่สามารถที่จะทำงานได้ตามที่เรามอบหมายให้ไว้ ในฐานะที่ท่านเป็นหัวหน้างานของพนักงานคนนี้ ท่านจะทำอย่างไรกับพนักงานคนนี้ดี   หัวหน้างานส่วนใหญ่ที่อาจจะไม่ได้เข้าใจเรื่องของการบริหารจัดการและหัวหน้างานมือใหม่ ที่อาจจะยังมองไม่เห็นผลกระทบจากผลงานของพนักงานดังกล่าว จะมีพฤติกรรมต่อลูกน้องคนนี้อย่างไร ลองมาดูกันครับ

  • ไม่สนใจและไม่ใส่ใจ พฤติกรรมแรกที่หัวหน้ามักจะกระทำต่อพนักงานคนนี้ก็คือ เมื่อรู้ว่าพนักงานคนนี้เป็นคนที่ไม่มีผลงานและมีพฤติกรรมที่ตนไม่ชอบใจนัก ก็จะปล่อยพนักงานคนนั้นให้ทำงานไปโดยที่ไม่ให้ความสนใจและใส่ใจอะไร บางคนแทบจะไม่เข้าไปคุยด้วยเลยก็มี คล้ายๆ กับว่า ไม่ชอบก็ไม่อยากยุ่งด้วย อยากทำอะไรก็ทำไป
  • ไม่คุยด้วย หัวหน้างานบางคนก็แสดงออกกับพนักงานคนนี้โดยไม่คุยด้วย บางคนแสดงอาการเบื่ออย่างออกนอกหน้าเลยก็มีเวลาลูกน้องเดินเข้ามาคุย หัวหน้าก็จะทำเป็นไม่สนใจ ไม่ใส่ใจบ้างก็แสดงอาการว่ากำลังยุ่งอยู่และพยายามจะบอกพนักงานคนนั้นอย่างเป็นนัยๆ ว่ายุ่งอยู่ไม่ต้องเข้ามา
  • ไม่มอบหมายงานสำคัญ เมื่อหัวหน้ารู้ว่าพนักงานคนนี้ไม่ถูกใจเรา ส่วนใหญ่ก็จะไม่มอบหมายงานให้โดยเฉพาะงานสำคัญๆ บางคนดึงงานออกจากพนักงานคนนี้เลยด้วยซ้ำไปและเอาไปให้พนักงานคนอื่นทำแทนเพราะคิดว่าให้พนักงานคนนี้ทำเดี๋ยวก็จะเกิดแต่ความเสียหายกับงานแถมเรายังต้องมาเหนื่อยแก้ไขงานให้อีก ก็เลยให้คนอื่นทำดีกว่าไม่ต้องเหนื่อยด้วย

         ด้วยพฤติกรรมเหล่านี้ ท่านผู้อ่านคิดว่าเหมาะสมหรือไม่ ในการบริหารจัดการพนักงานคนนี้   คำตอบก็คือ ไม่เลย ลองคิดดูสิครับถ้าเราเป็นเจ้าของบริษัท เราจ่ายเงินเดือนให้พนักงานแต่พนักงานกลับทำผลงานไม่ได้ตามที่เราต้องการหรือมีพฤติกรรมที่ไม่ค่อยดีและทำให้เราไม่ชอบใจเท่าไหร่ แล้วถ้าเราปล่อยไว้เฉยๆ โดยไม่บอกอะไรพนักงานคนนี้เลย ก็แปลว่า เรายอมให้พฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ได้ โดยที่เราไม่สนใจ คำถามก็คือแล้วเราจะเสียเงินเพื่อจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานคนนี้ทำไม เอาออกไปเลยไม่ดีกว่าหรือพอไปถามหัวหน้าว่าเอาออกมั้ย หัวหน้าก็มักจะตอบว่า เอาไว้แบบนี้แหละดีแล้วอย่างน้อยก็มีคนคอยช่วยงานจะดีหรือครับ

       "ช่วยแบบไม่เต็มที่แบบนี้"  ถ้าเป็นหัวหน้างานที่เข้าใจและต้องการดึงผลงานจากลูกน้องแต่ละคนให้ออกมาอย่างเต็มที่ เราในฐานะหัวหน้างาน ควรต้องปรับกลยุทธ์การบริหารอย่างไร ลองพิจารณาวิธีการดังนี้

  • พูดคุยและสอบถามถึงสาเหตุ หัวหน้างานที่ดีจะพยายามเข้าใจและหาสาเหตุที่ทำให้พนักงานคนนั้นผลงานไม่ออกมาหรือถ้าพนักงานแสดงพฤติกรรมที่ทำให้หัวหน้าไม่ค่อยชอบใจ ก็จะมีการพูดคุยกัน เพื่อทำความเข้าใจร่วมกันมากกว่าที่จะปล่อยไว้แบบนั้น เนื่องจากการพูดคุยกันนั้น จะทำให้เกิดความเข้าใจและเปิดมุมมองของกันและกัน ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจกันมากขึ้น เมื่อเข้าใจแล้ว ก็จะทราบถึงที่มาที่ไปว่าทำไมพนักงานจึงทำผลงานไม่ได้หรือทำไมมีพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่พึงประสงค์ ก็จะได้ช่วยกันแก้ไขให้ดีขึ้นได้
  • สอนงานและให้คำแนะนำ เมื่อทราบถึงสาเหตุแล้ว หัวหน้างานที่ดีก็จะทำหน้าที่เป็น Coach ก็คือ จะมีการวางแผนกับพนักงานคนนั้นเพื่อสอนงานและให้คำแนะนำการทำงานที่ดี เพื่อทำให้พนักงานสามารถที่จะสร้างผลงานที่ดีขึ้นได้ตามที่ได้รับมอบหมายไว้
  • ติดตามการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เมื่อมีการสอนงานแล้ว สิ่งที่หัวหน้างานมักจะต้องดำเนินการต่อก็คือ ต้องมีการติดตามผลการสอนงาน ว่าพนักงานมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน พฤติกรรมการทำงานในแบบที่ดีขึ้นหรือไม่ จากนั้นก็เสริมแรงในกรณีที่พนักงานทำได้ดี ก็จะเริ่มให้กำลังใจและให้คำชมเพื่อให้พนักงานรู้ว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้องและควรจะทำต่อไป

         จะเห็นได้ว่าสิ่งที่หัวหน้างานที่ดีทำกับพนักงานที่ผลงานไม่ค่อยจะดีหรือมีพฤติกรรมที่ไม่ค่อยถูกใจนั้น เป็นสิ่งที่ดีเนื่องจากเรายังคงต้องการผลงานจากพนักงานคนนี้ เพราะบริษัทยังต้องจ่ายเงินเดือนพนักงานคนนี้อยู่ทุกเดือน ดังนั้น แปลว่าเราก็ยังคงต้องคาดหวังผลงานที่ดีจากพนักงานคนนี้ให้ได้ และการที่จะทำให้ผลงานและพฤติกรรมของพนักงานคนนี้ดีขึ้นได้ก็คือ หัวหน้าจะต้องลงมาช่วยทำให้พนักงานมีผลงานที่ดีขึ้นให้ได้ มองให้ออกว่าอะไรคือจุดแข็งของพนักงานคนนี้ อะไรที่ไม่ดีถ้าทำความเข้าใจกันแล้วและไม่มีผลกระทบอะไรกับงาน ก็ปล่อยๆ ไปแต่ไปเน้นที่จุดแข็ง ซึ่งทำให้ผลงานพนักงานดีขึ้นได้จะดีกว่า

      ดังนั้นหากเราเป็นหัวหน้างาน ไม่ค่อยชอบใจผลงานของลูกน้องหรือไม่ค่อยชอบใจพฤติกรรมบางอย่างของลูกน้อง แล้วท่านปล่อยไปโดยไม่มีมาตรการในการเข้ามาช่วยหรือทำให้พนักงานเกิดความเข้าใจว่าอะไรดี อะไรไม่ดีนั้น ผลสุดท้ายก็คือ เราก็จะไม่ได้ผลงานที่ดีจากพนักงานคนนั้นอีกเลย ดีไม่ดีพนักงานคนนั้นจะทำให้คนอื่นแย่ลงไปอีกด้วย ถ้าเราไม่รีบเข้าไปดำเนินการอะไรสักอย่าง

สรุปแล้ว หน้าที่ของหัวหน้างานที่ดีก็คือ การทำให้พนักงานสร้างผลงานให้ได้ตามที่ได้รับมอบหมายไว้ ไม่ว่าพนักงานคนนั้นจะเป็นที่เราชอบ หรือไม่ชอบก็ตาม หัวหน้าจะต้องบริหารจัดการและทำให้พนักงานแต่ละคนในทีมงานสร้างผลงานให้ได้  และที่สำคัญในยุคปัจจุบันนี้การที่จะหาบุคลากรเข้ามาทำงานในองค์กรได้แต่ละคนนั้นยากแสนยากดังนั้นคิดว่าเราฝึกพนักงานข้างใน ดีกว่ารับพนักงานเข้ามาใหม่ ซึ่งอย่างไรเราก็ต้องฝึกฝนอยู่ดี แถมยังำด้ใจลูกน้องอีกต่างหาก

 

  Wisdom Max Center "สร้างสรรค์ความรู้สู่ภูมิปัญญาของคุณ"

หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง

ปลดล็อกพลังในตัวคุณ: 5 กุญแจสู่ "ความไว้วางใจในตัวเอง"

ปลดล็อกพลังในตัวคุณ: 5 กุญแจสู่ "ความไว้วางใจในตัวเอง"

สวัสดีค่ะ ผู้เรียนรู้ทุกท่าน! เคยรู้สึกไหมคะว่าบางครั้งเราก็แอบลังเล ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่กล้าก้าวออกจากคอมฟอร์ทโซน หรือรู้สึกเหมือนพลาดโอกาสดีๆ ไป เพียงเพราะขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง? ถ้าคำตอบคือ "ใช่" คุณไม่ได้อยู่คนเดียวนะคะ! ที่ Wisdom Max Center เราเข้าใจดีว่า "ความไว้วางใจในตัวเอง" หรือ Self-Trust นั้นสำคัญแค่ไหน มันไม่ใช่แค่ทักษะ แต่เป็นเสมือนประตูบานสำคัญที่จะเปิดไปสู่ความสำเร็จในทุกๆ ด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน การเรียนรู้ ความสัมพันธ์ หรือแม้แต่การใช้ชีวิตประจำวันให้มีความสุขและมั่นใจ วันนี้ Wisdom Max Center อยากชวนคุณมาไขความลับของการสร้างความไว้วางใจในตัวเองอย่างเป็นกันเองและเข้าใจง่าย พร้อม 5 เคล็ดลับที่เราคัดสรรมาเป็นพิเศษ เพื่อให้คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง และปลดล็อกศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณ!

ปลดล็อกศักยภาพลูกน้อย: 5 ไอเดียสุดว้าว สร้าง Growth Mindset ให้เด็กๆ เติบโตอย่างมั่นใจกับ Wisdom Max Center!

ปลดล็อกศักยภาพลูกน้อย: 5 ไอเดียสุดว้าว สร้าง Growth Mindset ให้เด็กๆ เติบโตอย่างมั่นใจกับ Wisdom Max Center!

คุณพ่อคุณแม่และคุณครูทุกท่านคะ ในยุคที่โลกหมุนเร็วปานจรวด ความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้นแทบทุกวัน การเรียนรู้จึงไม่ใช่แค่การท่องจำตำรา หรือวัดกันที่เกรดอีกต่อไปแล้วค่ะ สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ "ทัศนคติที่แข็งแกร่ง" ที่จะช่วยให้เด็กๆ ของเราปรับตัว กล้าเผชิญความท้าทาย และเรียนรู้จากทุกประสบการณ์ที่เข้ามาในชีวิต ที่ Wisdom Max Center เราเข้าใจถึงความสำคัญนี้ดี และเชื่อมั่นว่า "Growth Mindset" หรือ "ความคิดแบบเติบโต" คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกน้อยของคุณเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ยืดหยุ่น เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต และไม่กลัวความล้มเหลวค่ะ