In-house Training
หลักสูตรฝึกอบรมภายในองค์กรที่ออกแบบเฉพาะตามความต้องการของคุณ
รถยกเป็นเครื่องจักรที่อำนวยความสะดวกในการ ยก เคลื่อนย้าย วัสดุสิ่งของ แทนการใช้กำลังคน แต่รถยก ก็อาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน หากผู้ปฏิบัติงานไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนหรือคู่มือการ โดยความไม่ได้ตั้งใจ การขาดความรู้ความชำนาญ ขับด้วย ความประมาท คึกคะนองของตัวพนักงานเอง รวมไปถึงสภาพแวดล้อมที่อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ พนักงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถยก ควรที่จะได้รับการเรียนรู้ การฝึกทักษะความชำนาญในการขับขี่รถยก และการบำรุงรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อความปลอดภัยในการทำงานต่อตัวผู้ปฏิบัติงาน ต่อเพื่อนร่วมงาน และต่อองค์กร อีกทั้งปฏิบัติตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องหลักสูตรการอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2567 เป็นการกำหนดแนวทางตามกฎกระทรวงปี 2564 เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรและรถยก โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 17 มกราคม 2568 ดังนั้นหลักสูตร “การฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่ผู้ขับขี่รถยก” เป็นหลักสูตรที่ให้ความรู้ ทักษะและการฝึกปฏิบัติสำหรับผู้ขับรถยกใหม่ ให้ทำงานในการยก เคลื่อนย้ายสิ่งของได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัยในการทำงาน
รถยกเป็นเครื่องจักรที่อำนวยความสะดวกในการ ยก เคลื่อนย้าย วัสดุสิ่งของ แทนการใช้กำลังคน แต่รถยก ก็อาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน หากผู้ปฏิบัติงานไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนหรือคู่มือการ โดยความไม่ได้ตั้งใจ การขาดความรู้ความชำนาญ ขับด้วย ความประมาท คึกคะนองของตัวพนักงานเอง รวมไปถึงสภาพแวดล้อมที่อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ พนักงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถยก ควรที่จะได้รับการเรียนรู้ การฝึกทักษะความชำนาญในการขับขี่รถยก และการบำรุงรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อความปลอดภัยในการทำงานต่อตัวผู้ปฏิบัติงาน ต่อเพื่อนร่วมงาน และต่อองค์กร อีกทั้งปฏิบัติตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องหลักสูตรการอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2567 เป็นการกำหนดแนวทางตามกฎกระทรวงปี 2564 เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรและรถยก โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 17 มกราคม 2568 การฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก หลักสูตรทฤษฎี 6 ชั่วโมง สำหรับผู้เคยผ่านการอบรมไม่ถึง 12 ชั่วโมง ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564
พลังงาน คือปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ทั้งในส่วนการผลิตและบริการ การใช้พลังงานก่อให้เกิดต้นทุนอย่างหนึ่งที่ผู้ใช้จำเป็นต้องจ่ายเช่น ไฟฟ้า น้ำ ลม ฯลฯ ถ้ามีการใช้อย่างไม่เหมาะสมก็จะต้องจ่ายมากกว่าที่ควร แต่การที่จะทำให้ผู้ใช้พลังงานมีความรู้สึกรับผิดชอบและมีความตระหนักด้านการอนุรักษ์พลังงานเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติและการที่จะทำให้ทุกคนในองค์กรมีจิตสำนึกการอนุรักษ์พลังงานในองค์กรเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ในเวลาอันสั้น แต่จะต้องมีการปลูกฝังให้เกิดเป็นวัฒนธรรมและสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ในด้านข้อมูลและที่สำคัญการจูงใจและการโน้มน้าวใจต่อผู้ปฏิบัติงานเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการสร้างความตระหนักเพื่อให้เกิดความสำเร็จ
กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ของกระทรวงแรงงานได้กำหนดให้ลูกจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเข้ารับการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า โดยนายจ้างต้องดำเนินการตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสำหรับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเสมอในการปฏิบัติงานคือความปลอดภัย โดยเฉพาะลักษณะการทำงาน ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากการทำงานสูง หากการป้องกันไม่รัดกุมเพียงพออาจก่อให้เกิดความเสียหายทั้งผู้ปฏิบัติงาน วัตถุดิบและเครื่องจักรในการทำงาน อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการใช้เครื่องจักรโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และความประมาทของผู้ปฏิบัติงานเอง นอกจากนี้แล้วสภาพแวดล้อมในการทำงาน เช่น การวางผังโรงงาน อากาศ แสงสว่างหรือเสียงก็อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ หากสิ่งเหล่านั้นมีความบกพร่องและผิดจาก มาตรฐานที่กำหนดไว้ ดังนั้นความปลอดภัยในการทำงานจึงเป็นหัวใจสำคัญของการทำงาน เมื่อมีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องแล้วนั้น โอกาสที่จะประสบอันตรายในขณะทำงานย่อมลดน้อยลง ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน คือ สภาพที่ปลอดภัยจากอุบัติภัยต่างๆอันจะเกิดแก่ร่างกาย ชีวิต หรือทรัพย์สินในขณะที่ปฏิบัติงาน ซึ่งก็คือ สภาพการทำงานที่ถูกต้องโดยปราศจาก "อุบัติเหตุ" ในการทำงานนั่นเอง หลักสูตรนี้จึงได้ถูกออกแบบให้สร้างจิตสำนึกให้กับผู้เข้าอบรม เพื่อให้อุบัติเหตุในการปฏิบัติงานเป็นศูนย์ และลดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดหมาย เพื่อลดผลกระทบกระเทือนต่อการทำงาน ที่จะทำให้ทรัพย์สินเสียหายหรือบุคคลได้รับบาดเจ็บจากการเกิดอุบัติเหตุ
KYT ( Kiken Yochi Training ) เป็นวิธีการของญี่ปุ่น ที่นิยมและยอมรับกันอย่างแพร่หลาย ลดเรื่อง อุบัติเหตุเป็นอย่างมากแล้ว ยังสามารถเพิ่มผลผลิตในการผลิต และมีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วย เป็นกิจกรรมที่ฝึก การพยากรณ์อันตรายภายใต้แนวความคิดที่ว่า ช่วยกันท้าอย่างรวดเร็วและถูกต้องโดยเฉพาะการชี้นิ้ว และพูดย้้า มีการ ฝึกอบรมทางด้านความรู้ และเทคนิค ความไวของประสาทสัมผัส ด้านอันตราย รวมไปถึงการมีสมาธิ และ ความกระตือรือร้น สร้างความสามัคคี ความพร้อมเป็นหนึ่ง กิจกรรมที่ปฏิบัติร่วมกันเป็นกลุ่มเพื่อให้กิจการหรือสถานประกอบการสามารถบริหารจัดการป้องกันและ ลดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ กิจการหรือสถานประกอบการควรด้าเนินการจัดฝึกอบรม หลักสูตร การหยั่ง รู้ระวังอันตรายเพื่อความปลอดภัย (KYT) เพื่อให้ลูกจ้างได้รับทราบแนวทางการด้าเนินกิจกรรมย้้าเตือนอันตราย และการป้องกันตนเองจากอันตรายต่าง ๆที่เคยเกิดขึ้นแล้ว
จากจำนวนอุบัติเหตุจากการทำงานเพิ่มมากขึ้น ส่งผลทำให้สถานประกอบกิจการต้องดำเนินการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มข้นเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานที่มีสาเหตุมาจากพนักงานไม่มีความรู้ ไม่ระมัดระวัง ฯ ซึ่งสอดคล้องกับ พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ปี พ.ศ. 2554 กำหนดให้หน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย ต้องดำเนินการป้องกันและวางแผนเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานโดยให้ความรู้ อบรมส่งเสริมทัศนคติหรือจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการทำงานให้กับพนักงาน รวมถึงการดำเนินการต่างๆ ตามกฎกระทรวงและประกาศกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและโรคที่เกิดจากการทำงาน
การปฐมพยาบาล หมายถึง การปฏิบัติ การให้ความช่วยเหลือ หรือการรักษาพยาบาลในขั้นแรกแก่ผู้ที่ได้รับ อุบัติเหตุ หรือผู้ป่วยโดยปัจจุบันทันด่วน ก่อนที่ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาพยาบาลจากแพทย์ ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยพ้นจากอันตรายหรือลดอันตรายให้น้อยลง ก่อนที่แพทย์จะรักษาในขั้นตอนต่อไป
พลังงาน คือปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ทั้งในส่วนการผลิตและบริการ การใช้พลังงาน ก่อให้เกิดต้นทุนอย่างหนึ่งที่ผู้ใช้จำเป็นต้องจ่ายเช่น ไฟฟ้า น้ำ ลม ฯลฯ ถ้ามีการใช้อย่างไม่เหมาะสมก็จะต้อง จ่ายมากกว่าที่ควร แต่การที่จะทำให้ผู้ใช้พลังงานมีความรู้สึกรับผิดชอบและมีความตระหนักด้านการอนุรักษ์ พลังงานเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติและการที่จะทำให้ทุกคนในองค์กรมีจิตสำนึกการอนุรักษ์ พลังงานในองค์กรเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ในเวลาอันสั้น แต่จะต้องมีการปลูกฝังให้เกิดเป็นวัฒนธรรมและ สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ในด้านข้อมูลและที่สำคัญการจูงใจและการโน้มน้าวใจต่อผู้ปฏิบัติงานเป็น องค์ประกอบหนึ่งของการสร้างความตระหนักเพื่อให้เกิดความสำเร็จ
ในปัจจุบันการแข่งขันในธุรกิจมีความรุนแรงมากขึ้น สิ่งที่จะทำให้องค์กรธุรกิจสามารถแข่งขันเพื่ออยู่รอดได้ คือการทำให้องค์กรใช้ศักยภาพที่องค์กรมีอยู่อย่างเต็มที่ เพื่อเพิ่มผลผลิตขององค์กรให้ถึงจุดที่สามารถแข่งขันได้อย่างเหมาะสม ในการเพิ่มผลผลิตมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องมีการผสมผสานในการควบคุมปัจจัยต่างๆ โดยการบูรณาการเข้าด้วยกัน การดำเนินกิจกรรม 5 ส. เป็นการสร้างพื้นฐานให้กับพนักงานในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพและสร้างความปลอดภัย รวมถึงการลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นต่องานที่ทำด้วย ซึ่งกิจกรรม 5 ส. ประกอบด้วย สะสาง สะดวก สะอาด สร้างมาตรฐานและสร้างนิสัย การดำเนินกิจกรรม 5 ส. ไม่ใช่เรื่องยากแต่ต้องให้ พนักงานเข้าใจและเห็นประโยชน์ของการทำกิจกรรม 5 ส. ดังนั้นการส่งเสริมและผลักดันให้พนักงานทุกคนมีจิตสำนึก และความตระหนักในการมีส่วนร่วมในกิจกรรม 5 ส. จะนำไปสู่ผลลัพธ์ของการดำเนินงานตามนโยบายและเป้าหมาย ที่บริษัทกำหนด และสิ่งสำคัญคือการอบรมให้พนักงานทุกคนทราบขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม 5 ส. จึงเป็นสิ่งจำเป็น และสำคัญเพื่อให้พนักงานดำเนินกิจกรรมไปในทิศทางเดียวกันก่อให้เกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ดีและทำให้บริษัท ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย และสอดคล้องกับนโยบายการเพิ่มผลผลิตที่สามารถต่อยอดเพื่อสร้างคุณภาพให้แก่องค์กร ไปสู่โครงการอื่นๆ เช่น TPM , TQM , QCC , 7 Waste และกิจกรรมการเพิ่มผลผลิตอื่นๆ ได้อีกด้วย
การจำแนกประเภทสารเคมีและการติดฉลากตามระบบเดียวกันทั่วโลก Globally Harmonized System (GHS)
การทำงานบนที่สูงจัดได้ว่าเป็นการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุที่สูง ซึ่งตามกฎกระทรวง ได้กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ.2551 หมวด 11 การทำงานในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูง การพังทลาย และการกระเด็นหรือตกหล่นของวัสดุเพื่อเป็นแนวทางในการลดอุบัติเหตุจากการทำงานในที่สูงให้มีประสิทธิภาพ ผู้ที่ทำงานจะต้องมีความรู้ความเข้าใจต่อหลักการและหลักการปฏิบัติที่ถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูงของพนักงานและผู้ปฏิบัติงานขององค์กรต่อไป
ตามที่ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการพลังงานในอาคารและโรงงานควบคุม พ.ศ.2552 ได้กำหนดให้เจ้าของโรงงานควบคุมและอาคารควบคุมต้องจัดให้มีการตรวจติดตามและประเมินการจัดการพลังงาน โดยใช้บุคลากรภายในองค์กรนั้น
ปัจจุบันการใช้ชีวิตประจำวันหรือการทางานมีความจำเป็นต้องเดินทางและขนส่ง ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องใช้ยานพาหนะทั้งสิ้นไม่ว่าจะ ทางเครื่องบิน ทางเรือ ทางรถไฟ หรือทางรถยนต์ และจากสถิติที่ผ่านพบว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจำนวนมากล้วนแล้วเกิดมาจากอุบัติเหตุทางท้องถนน ซึ่งเป็นผลมาจากการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์เป็นหลัก
การสร้างพฤติกรรมความปลอดภัยด้วย BBS (Behavior Based Safety) สู่เป้าหมาย Zero Accident