In-house Training
หลักสูตรฝึกอบรมภายในองค์กรที่ออกแบบเฉพาะตามความต้องการของคุณ
เมื่อ “คนเก่ง” ลาออก องค์กรกำลังสูญเสียมากกว่าที่คิด หลายองค์กรกำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน… หัวหน้างานเก่ง แต่ไม่มีคนแทน พนักงานศักยภาพสูงเริ่มหมดไฟ เพราะไม่เห็นเส้นทางเติบโต ผู้บริหารใช้เวลามากกับการแก้ปัญหาคน มากกว่าการขับเคลื่อนธุรกิจ เมื่อองค์กรเติบโตเร็ว แต่ “ระบบพัฒนาคน” โตไม่ทัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ • คนเก่งลาออก • ผู้สืบทอดตำแหน่งไม่พร้อม • การเลื่อนตำแหน่งผิดคน • ทีมงานขาดแรงจูงใจ • Productivity ลดลงแบบไม่รู้ตัว องค์กรจำนวนมากลงทุนกับการสรรหาคนใหม่ แต่กลับไม่ได้ลงทุนกับ“การรักษาและพัฒนาคนเก่งที่มีอยู่”วันนี้องค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ได้ชนะเพราะมีคนเก่งที่สุดแต่ชนะเพราะ “มีระบบพัฒนาคนเก่งอย่างต่อเนื่อง” ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรไม่สามารถพึ่งพาความสามารถของบุคลากรเพียงบางคนได้อีกต่อไป เพราะหากบุคลากรสำคัญลาออก เกษียณ หรือย้ายงาน อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพ ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และความเชื่อมั่นของทีมงานโดยตรง หลายองค์กรจึงเริ่มเผชิญปัญหา “ตำแหน่งสำคัญไม่มีคนพร้อมทดแทน” และ “พนักงานศักยภาพสูงขาดเส้นทางการเติบโต” หลักสูตรนี้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถสร้างระบบ Talent Management และ Succession Planning อย่างเป็นรูปธรรม โดยผสานแนวคิดเชิงกลยุทธ์ การบริหารศักยภาพบุคลากร และการพัฒนาผู้นำรุ่นถัดไปเข้าด้วยกัน เพื่อให้องค์กรสามารถรักษาคนเก่ง สร้าง Engagement และเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนได้อย่างยั่งยืน
รถยกเป็นเครื่องจักรที่อำนวยความสะดวกในการ ยก เคลื่อนย้าย วัสดุสิ่งของ แทนการใช้กำลังคน แต่รถยก ก็อาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน หากผู้ปฏิบัติงานไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนหรือคู่มือการ โดยความไม่ได้ตั้งใจ การขาดความรู้ความชำนาญ ขับด้วย ความประมาท คึกคะนองของตัวพนักงานเอง รวมไปถึงสภาพแวดล้อมที่อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ พนักงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถยก ควรที่จะได้รับการเรียนรู้ การฝึกทักษะความชำนาญในการขับขี่รถยก และการบำรุงรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อความปลอดภัยในการทำงานต่อตัวผู้ปฏิบัติงาน ต่อเพื่อนร่วมงาน และต่อองค์กร อีกทั้งปฏิบัติตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องหลักสูตรการอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2567 เป็นการกำหนดแนวทางตามกฎกระทรวงปี 2564 เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรและรถยก โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 17 มกราคม 2568 ดังนั้นหลักสูตร “การฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่ผู้ขับขี่รถยก” เป็นหลักสูตรที่ให้ความรู้ ทักษะและการฝึกปฏิบัติสำหรับผู้ขับรถยกใหม่ ให้ทำงานในการยก เคลื่อนย้ายสิ่งของได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัยในการทำงาน
รถยกเป็นเครื่องจักรที่อำนวยความสะดวกในการ ยก เคลื่อนย้าย วัสดุสิ่งของ แทนการใช้กำลังคน แต่รถยก ก็อาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน หากผู้ปฏิบัติงานไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนหรือคู่มือการ โดยความไม่ได้ตั้งใจ การขาดความรู้ความชำนาญ ขับด้วย ความประมาท คึกคะนองของตัวพนักงานเอง รวมไปถึงสภาพแวดล้อมที่อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ พนักงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถยก ควรที่จะได้รับการเรียนรู้ การฝึกทักษะความชำนาญในการขับขี่รถยก และการบำรุงรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อความปลอดภัยในการทำงานต่อตัวผู้ปฏิบัติงาน ต่อเพื่อนร่วมงาน และต่อองค์กร อีกทั้งปฏิบัติตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องหลักสูตรการอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2567 เป็นการกำหนดแนวทางตามกฎกระทรวงปี 2564 เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรและรถยก โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 17 มกราคม 2568 การฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก หลักสูตรทฤษฎี 6 ชั่วโมง สำหรับผู้เคยผ่านการอบรมไม่ถึง 12 ชั่วโมง ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564
พลังงาน คือปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ทั้งในส่วนการผลิตและบริการ การใช้พลังงานก่อให้เกิดต้นทุนอย่างหนึ่งที่ผู้ใช้จำเป็นต้องจ่ายเช่น ไฟฟ้า น้ำ ลม ฯลฯ ถ้ามีการใช้อย่างไม่เหมาะสมก็จะต้องจ่ายมากกว่าที่ควร แต่การที่จะทำให้ผู้ใช้พลังงานมีความรู้สึกรับผิดชอบและมีความตระหนักด้านการอนุรักษ์พลังงานเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติและการที่จะทำให้ทุกคนในองค์กรมีจิตสำนึกการอนุรักษ์พลังงานในองค์กรเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ในเวลาอันสั้น แต่จะต้องมีการปลูกฝังให้เกิดเป็นวัฒนธรรมและสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ในด้านข้อมูลและที่สำคัญการจูงใจและการโน้มน้าวใจต่อผู้ปฏิบัติงานเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการสร้างความตระหนักเพื่อให้เกิดความสำเร็จ
สารก่อภูมิแพ้ในอาหาร (Food Allergen) เป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญด้านความปลอดภัยอาหารที่อาจก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงต่อผู้บริโภค แม้ปริมาณเพียงเล็กน้อยก็สามารถก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ องค์กรอาหารจึงจำเป็นต้องมีระบบควบคุมสารก่อภูมิแพ้อย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับข้อกำหนดของ GHP, HACCP, Codex, ISO 22000, FSSC 22000 และข้อกำหนดลูกค้า เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้าม การติดฉลากผิดพลาด และลดความเสี่ยงในการเรียกคืนสินค้า (Recall) หลักสูตรนี้ออกแบบให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจ แนวคิด ข้อกำหนด และการนำไปปฏิบัติจริงในโรงงาน พร้อม Workshop วิเคราะห์และออกแบบมาตรการควบคุมสารก่อภูมิแพ้ให้เหมาะสมกับองค์กร
กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ของกระทรวงแรงงานได้กำหนดให้ลูกจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเข้ารับการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า โดยนายจ้างต้องดำเนินการตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสำหรับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
Six Sigma เป็นวิธีการพัฒนาองค์กรแบบก้าวกระโดด (BREAKTHROUGH IMPROVEMENT) และเป็น การนำเครื่องมือทางสถิติ รวมทั้งการบริหารเชิงกลยุทธ์ที่มีระเบียบแบบแผนในการปฏิบัติอย่างชัดเจน เพื่อมุ่งเน้น การลดความผันแปรของกระบวนการผ่านกระบวนการ DEFINE – MEASURE – ANALYZE – IMPROVE – CONTROL (DMAIC) สำหรับหลักสูตรนี้จึงเป็นการแนะนำให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิคการปรับปรุง ด้วย Six Sigma เพื่อไปเป็นแบวทางในการปรับปรุงกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การให้บริการในปัจจุบันไม่ได้วัดผลเพียงคุณภาพของงานหรือความถูกต้องของข้อมูลเท่านั้น แต่ “คุณภาพของประสบการณ์ที่ลูกค้ารับรู้” ต่างหากที่กำหนดความประทับใจและการกลับมาใช้บริการ อีกครั้ง งานวิจัยด้าน SERVQUAL และ CX Management ชี้ว่า มากกว่า 70% ของความประทับใจของ ลูกค้าเกิดจากทักษะการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ของผู้ให้บริการ ไม่ใช่จากขั้นตอนการปฏิบัติงานเชิง เทคนิค อย่างไรก็ตาม พนักงานช่างหรือพนักงานบริการจำนวนมากแม้จะมีความสามารถด้านเทคนิค สูง แต่กลับประสบปัญหาในการสื่อสารกับลูกค้า เช่น อธิบายข้อมูลมากเกินไป ใช้ศัพท์เทคนิค ลูกค้าไม่ เข้าใจ สื่อสารแบบ “แก้ปัญหาให้เสร็จ” แต่ไม่สร้างความรู้สึกสบายใจ ทำให้ลูกค้าเกิดความไม่มั่นใจ และ นำไปสู่ข้อร้องเรียน แม้งานจะถูกต้องก็ตาม หลักสูตรนี้จึงมุ่งพัฒนา Service Mind + Positive Communication + Empathy เพื่อให้ผู้เข้าอบรม สื่อสารอย่างเข้าใจง่าย ให้ลูกค้ารู้สึกได้รับการดูแลและใส่ใจ ผ่านเครื่องมือการสื่อสารเชิงบริการ การฟัง เชิงลึก และการใช้ภาษาที่ไม่ทำให้เกิดความขัดแย้ง พร้อมฝึกปฏิบัติจากสถานการณ์จริงขององค์กร เพื่อให้สามารถบริการอย่างมืออาชีพและสร้างประสบการณ์ที่สร้างคุณค่าในมุมมองลูกค้าได้อย่างแท้จริง ผลลัพธ์คือ พนักงานบริการสามารถสื่อสารได้อย่างมั่นใจ เข้าใจลูกค้า สร้างความสบายใจ และทำให้ ลูกค้ารู้สึกว่า “ได้รับการดูแล ไม่ใช่ถูกจัดการ”
การบริหารคุณภาพด้วยหลักการ Six Sigma ถูกพัฒนาขึ้นจากบริษัท Motorola บริษัทชั้นนำในการผลิตอุปกรณ์และเครื่องมือทางอิเลคทรอนิกส์ และโทรคมนาคมตั้งแต่ปี ค.ศ. 1986 หลังจากได้ถูกพิสูจน์แล้วว่าหลักการของ Six Sigma ช่วยให้บริษัทควบคุมคุณภาพในการผลิตได้ขึ้นมากโดยใช้หลักการทางสถิติที่พัฒนาขึ้นมากจากวิธีการควบคุมคุณภาพก่อนหน้า วิธีการของ Six Sigma จึงได้ถูกนำไปใช้ในแทบจะทุกอุตสาหกรรมการผลิต ปัจจุบันหลักการควบคุมคุณภาพด้วย Six Sigma ได้ถูกพัฒนาให้นำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ นอกจากอุตสาหกรรมการผลิต และเมื่อรวมกับหลักการของ LEAN Enterprise หลักการของ Six Sigma จึงกระจายไปสู่อุตสาหกรรมบริการ สาธารณสุข การเงิน หรือแม้กระทั่งหน่วยงานราชการต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม การจะใช้ Six Sigma ได้อย่างถูกต้อง จำเป็นต้องได้รับการศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง
เทคนิคการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ Time Management
การสร้างแรงจูงใจในการทำงานอย่างมีความสุขและเกิดความรักในองค์กร The Motivation for Happy Working & Love Organization
การบริการลูกค้าเป็นธุรกิจที่ทำกันมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ธุรกิจที่เจริญก้าวหน้าอยู่รอดและแข่งขันได้ เพราะสามารถดึงดูดและรักษาลูกค้าไว้ได้มากที่สุดและเส้นทางที่มั่นคงที่สุด เพื่อให้อยู่รอดและประสบความสำเร็จได้นั้นจะต้องเกิดจากการที่ลูกค้าจดจำและประทับใจอย่างต่อเนื่องในคุณภาพการบริการที่ได้รับจากพนักงานผู้ให้บริการที่ทำหน้าที่ของตนเองด้วยบริการที่ “เป็นเลิศ”
แผนที่ทางความคิด (Mind Mapping)
การสร้างแรงจูงใจ และแรงขับเคลื่อนในการทำงานสู่ความสำเร็จ (Inspire to Change)
ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงและความผันผวนในหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้น (ยุค VUCA) การปรับตัวในภาคบุคคลและภาคอุตสหกรรมมีความท้าทายและกดดันมากขึ้น การแข่งขันด้านธุรกิจสูงเช่นกัน ไม่ว่าองค์กรใดทำธุรกิจประเภทใด ล้วนแล้วต้องสร้างงานบริการในทุกส่วนขององค์กรทั้งการประสานงาน การสื่อสาร การสร้างจิตสำนึกในงานบริการ เพื่อส่งต่อไปยังลูกค้าหรือบุคคลภายนอกที่ติดต่อกับองค์กรของเรา