In-house Training
หลักสูตรฝึกอบรมภายในองค์กรที่ออกแบบเฉพาะตามความต้องการของคุณ
ท่ามกลางสภาวะความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว (VUCA World) การทำงานคนเดียวไม่ใช่คำตอบ อีกต่อไป แต่การทำงานร่วมกัน (Collaboration) คือกุญแจสำคัญที่สร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ งานวิจัยจาก Stanford ระบุว่าทีมที่มีการประสานงานที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการ ทำงานได้มากกว่า 50% หลักสูตรนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อทลายกำแพงความคิดแบบแยกส่วน สู่การสร้าง วัฒนธรรม "One Team" ที่ทุกคนเข้าใจบทบาท (Role Clarity)
“ทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงสาเหตุ” (Root Cause Thinking) เพื่อค้นหาต้นตอที่แท้จริงของปัญหา และกำหนดแนวทางป้องกันได้อย่างเป็นระบบ หลักการ Why-Why Analysis หรือ 5 Why Technique เป็นเครื่องมือสำคัญที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลในการวิเคราะห์หาสาเหตุรากเหง้าของปัญหา (Root Cause Analysis) โดยช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถตั้งคำถามอย่างเป็นระบบ วิเคราะห์ข้อมูลจากข้อเท็จจริง และเชื่อมโยงไปสู่แนวทาง ป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดซ้ำ
ในองค์กรปัจจุบัน การตัดสินใจด้านธุรกิจของผู้จัดการและหัวหน้างานไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ประสบการณ์หรือความรู้ในงานปฏิบัติการ แต่ต้องอาศัย ข้อมูลทางการเงินและงบประมาณ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล หลายครั้งที่ผู้จัดการหรือหัวหน้างาน ไม่ได้มีพื้นฐานด้านการเงิน ทำให้เกิดปัญหา เช่น: • การใช้งบประมาณไม่เหมาะสม • การควบคุมต้นทุนไม่เข้มงวด • การตัดสินใจลงทุนหรือใช้จ่ายไม่สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร • ไม่สามารถวิเคราะห์ผลประกอบการหรือความคุ้มทุนของโครงการได้ หลักสูตร Finance for Non-Finance จึงถูกออกแบบขึ้นเพื่อ: 1. เสริมความเข้าใจเรื่องการเงินและงบประมาณ ให้ผู้จัดการที่ไม่ใช่นักบัญชีสามารถอ่านและตีความตัวเลขทางการเงินได้ 2. สร้างความเข้าใจในการใช้ตัวเลขทางการเงินเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ และบริหารทรัพยากรของหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ 3. เชื่อมโยงการเงินกับการวางแผนและการควบคุมงาน ให้สอดคล้องกับเป้าหมายและยุทธศาสตร์องค์กร 4. ลดความเสี่ยงจากการใช้เงินหรือทรัพยากรอย่างไม่เหมาะสม โดยให้ผู้จัดการสามารถวิเคราะห์งบประมาณและต้นทุนอย่างเป็นระบบ
เมื่อหัวหน้างาน คือปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จขององค์กร องค์กรจำนวนมากลงทุนกับเทคโนโลยี เครื่องจักร และระบบงาน แต่กลับพบว่าผลลัพธ์ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ระบบ แต่อยู่ที่ การบริหารคน หัวหน้างานจำนวนไม่น้อยเติบโตจากการเป็นคนทำงานเก่ง แต่ไม่เคยได้รับการพัฒนาให้เป็นผู้นำทีมอย่างเป็นระบบ จึงเกิดปัญหาการสื่อสารที่ไม่ชัดเจน การมอบหมายงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การขาดแรงจูงใจในทีม และการลาออกของพนักงานที่มีศักยภาพ ในยุคที่การแข่งขันสูงขึ้นทุกวัน องค์กรไม่ต้องการเพียงหัวหน้างานที่เก่งงาน แต่ต้องการ "ผู้นำหน้างาน" ที่สามารถสร้างคน สร้างทีม และสร้างผลงานได้พร้อมกัน หลักสูตรนี้ถือเป็น Signature Program ของ Wisdom Max Center ที่รวบรวมองค์ความรู้ ที่องค์กรชั้นนำต้องการมากที่สุดไว้ในหลักสูตรเดียว
ในยุคที่องค์กรต้องแข่งขันทั้งด้านประสิทธิภาพการดำเนินงานและการรักษาบุคลากรคุณภาพ การสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้างถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความยั่งยืนขององค์กร พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดให้สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมสวัสดิการ สิทธิประโยชน์ และคุณภาพชีวิตในการทำงานของพนักงาน อย่างไรก็ตาม หลายองค์กรยังพบว่าคณะกรรมการสวัสดิการขาดความรู้ด้านกฎหมาย ขาดทักษะการบริหารงานร่วมกัน และไม่สามารถขับเคลื่อนกิจกรรมสวัสดิการให้เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรมได้ หลักสูตรนี้จึงถูกออกแบบขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นสำหรับคณะกรรมการสวัสดิการและผู้เกี่ยวข้อง ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และสามารถทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่างฝ่ายบริหารและพนักงาน อันนำไปสู่แรงงานสัมพันธ์ที่ดี ความผูกพันต่อองค์กรที่สูงขึ้น และการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน
เมื่อ “คนเก่ง” ลาออก องค์กรกำลังสูญเสียมากกว่าที่คิด หลายองค์กรกำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน… หัวหน้างานเก่ง แต่ไม่มีคนแทน พนักงานศักยภาพสูงเริ่มหมดไฟ เพราะไม่เห็นเส้นทางเติบโต ผู้บริหารใช้เวลามากกับการแก้ปัญหาคน มากกว่าการขับเคลื่อนธุรกิจ เมื่อองค์กรเติบโตเร็ว แต่ “ระบบพัฒนาคน” โตไม่ทัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ • คนเก่งลาออก • ผู้สืบทอดตำแหน่งไม่พร้อม • การเลื่อนตำแหน่งผิดคน • ทีมงานขาดแรงจูงใจ • Productivity ลดลงแบบไม่รู้ตัว องค์กรจำนวนมากลงทุนกับการสรรหาคนใหม่ แต่กลับไม่ได้ลงทุนกับ“การรักษาและพัฒนาคนเก่งที่มีอยู่”วันนี้องค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ได้ชนะเพราะมีคนเก่งที่สุดแต่ชนะเพราะ “มีระบบพัฒนาคนเก่งอย่างต่อเนื่อง” ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรไม่สามารถพึ่งพาความสามารถของบุคลากรเพียงบางคนได้อีกต่อไป เพราะหากบุคลากรสำคัญลาออก เกษียณ หรือย้ายงาน อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพ ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และความเชื่อมั่นของทีมงานโดยตรง หลายองค์กรจึงเริ่มเผชิญปัญหา “ตำแหน่งสำคัญไม่มีคนพร้อมทดแทน” และ “พนักงานศักยภาพสูงขาดเส้นทางการเติบโต” หลักสูตรนี้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถสร้างระบบ Talent Management และ Succession Planning อย่างเป็นรูปธรรม โดยผสานแนวคิดเชิงกลยุทธ์ การบริหารศักยภาพบุคลากร และการพัฒนาผู้นำรุ่นถัดไปเข้าด้วยกัน เพื่อให้องค์กรสามารถรักษาคนเก่ง สร้าง Engagement และเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนได้อย่างยั่งยืน
รถยกเป็นเครื่องจักรที่อำนวยความสะดวกในการ ยก เคลื่อนย้าย วัสดุสิ่งของ แทนการใช้กำลังคน แต่รถยก ก็อาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน หากผู้ปฏิบัติงานไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนหรือคู่มือการ โดยความไม่ได้ตั้งใจ การขาดความรู้ความชำนาญ ขับด้วย ความประมาท คึกคะนองของตัวพนักงานเอง รวมไปถึงสภาพแวดล้อมที่อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ พนักงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถยก ควรที่จะได้รับการเรียนรู้ การฝึกทักษะความชำนาญในการขับขี่รถยก และการบำรุงรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อความปลอดภัยในการทำงานต่อตัวผู้ปฏิบัติงาน ต่อเพื่อนร่วมงาน และต่อองค์กร อีกทั้งปฏิบัติตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องหลักสูตรการอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2567 เป็นการกำหนดแนวทางตามกฎกระทรวงปี 2564 เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรและรถยก โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 17 มกราคม 2568 ดังนั้นหลักสูตร “การฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่ผู้ขับขี่รถยก” เป็นหลักสูตรที่ให้ความรู้ ทักษะและการฝึกปฏิบัติสำหรับผู้ขับรถยกใหม่ ให้ทำงานในการยก เคลื่อนย้ายสิ่งของได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัยในการทำงาน
รถยกเป็นเครื่องจักรที่อำนวยความสะดวกในการ ยก เคลื่อนย้าย วัสดุสิ่งของ แทนการใช้กำลังคน แต่รถยก ก็อาจเป็นอันตรายได้เช่นกัน หากผู้ปฏิบัติงานไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนหรือคู่มือการ โดยความไม่ได้ตั้งใจ การขาดความรู้ความชำนาญ ขับด้วย ความประมาท คึกคะนองของตัวพนักงานเอง รวมไปถึงสภาพแวดล้อมที่อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ พนักงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถยก ควรที่จะได้รับการเรียนรู้ การฝึกทักษะความชำนาญในการขับขี่รถยก และการบำรุงรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อความปลอดภัยในการทำงานต่อตัวผู้ปฏิบัติงาน ต่อเพื่อนร่วมงาน และต่อองค์กร อีกทั้งปฏิบัติตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องหลักสูตรการอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2567 เป็นการกำหนดแนวทางตามกฎกระทรวงปี 2564 เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรและรถยก โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 17 มกราคม 2568 การฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก หลักสูตรทฤษฎี 6 ชั่วโมง สำหรับผู้เคยผ่านการอบรมไม่ถึง 12 ชั่วโมง ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564
พลังงาน คือปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ทั้งในส่วนการผลิตและบริการ การใช้พลังงานก่อให้เกิดต้นทุนอย่างหนึ่งที่ผู้ใช้จำเป็นต้องจ่ายเช่น ไฟฟ้า น้ำ ลม ฯลฯ ถ้ามีการใช้อย่างไม่เหมาะสมก็จะต้องจ่ายมากกว่าที่ควร แต่การที่จะทำให้ผู้ใช้พลังงานมีความรู้สึกรับผิดชอบและมีความตระหนักด้านการอนุรักษ์พลังงานเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติและการที่จะทำให้ทุกคนในองค์กรมีจิตสำนึกการอนุรักษ์พลังงานในองค์กรเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ในเวลาอันสั้น แต่จะต้องมีการปลูกฝังให้เกิดเป็นวัฒนธรรมและสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ในด้านข้อมูลและที่สำคัญการจูงใจและการโน้มน้าวใจต่อผู้ปฏิบัติงานเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการสร้างความตระหนักเพื่อให้เกิดความสำเร็จ
สารก่อภูมิแพ้ในอาหาร (Food Allergen) เป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญด้านความปลอดภัยอาหารที่อาจก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงต่อผู้บริโภค แม้ปริมาณเพียงเล็กน้อยก็สามารถก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ องค์กรอาหารจึงจำเป็นต้องมีระบบควบคุมสารก่อภูมิแพ้อย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับข้อกำหนดของ GHP, HACCP, Codex, ISO 22000, FSSC 22000 และข้อกำหนดลูกค้า เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้าม การติดฉลากผิดพลาด และลดความเสี่ยงในการเรียกคืนสินค้า (Recall) หลักสูตรนี้ออกแบบให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจ แนวคิด ข้อกำหนด และการนำไปปฏิบัติจริงในโรงงาน พร้อม Workshop วิเคราะห์และออกแบบมาตรการควบคุมสารก่อภูมิแพ้ให้เหมาะสมกับองค์กร
กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ของกระทรวงแรงงานได้กำหนดให้ลูกจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเข้ารับการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า โดยนายจ้างต้องดำเนินการตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสำหรับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
Six Sigma เป็นวิธีการพัฒนาองค์กรแบบก้าวกระโดด (BREAKTHROUGH IMPROVEMENT) และเป็น การนำเครื่องมือทางสถิติ รวมทั้งการบริหารเชิงกลยุทธ์ที่มีระเบียบแบบแผนในการปฏิบัติอย่างชัดเจน เพื่อมุ่งเน้น การลดความผันแปรของกระบวนการผ่านกระบวนการ DEFINE – MEASURE – ANALYZE – IMPROVE – CONTROL (DMAIC) สำหรับหลักสูตรนี้จึงเป็นการแนะนำให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิคการปรับปรุง ด้วย Six Sigma เพื่อไปเป็นแบวทางในการปรับปรุงกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การให้บริการในปัจจุบันไม่ได้วัดผลเพียงคุณภาพของงานหรือความถูกต้องของข้อมูลเท่านั้น แต่ “คุณภาพของประสบการณ์ที่ลูกค้ารับรู้” ต่างหากที่กำหนดความประทับใจและการกลับมาใช้บริการ อีกครั้ง งานวิจัยด้าน SERVQUAL และ CX Management ชี้ว่า มากกว่า 70% ของความประทับใจของ ลูกค้าเกิดจากทักษะการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ของผู้ให้บริการ ไม่ใช่จากขั้นตอนการปฏิบัติงานเชิง เทคนิค อย่างไรก็ตาม พนักงานช่างหรือพนักงานบริการจำนวนมากแม้จะมีความสามารถด้านเทคนิค สูง แต่กลับประสบปัญหาในการสื่อสารกับลูกค้า เช่น อธิบายข้อมูลมากเกินไป ใช้ศัพท์เทคนิค ลูกค้าไม่ เข้าใจ สื่อสารแบบ “แก้ปัญหาให้เสร็จ” แต่ไม่สร้างความรู้สึกสบายใจ ทำให้ลูกค้าเกิดความไม่มั่นใจ และ นำไปสู่ข้อร้องเรียน แม้งานจะถูกต้องก็ตาม หลักสูตรนี้จึงมุ่งพัฒนา Service Mind + Positive Communication + Empathy เพื่อให้ผู้เข้าอบรม สื่อสารอย่างเข้าใจง่าย ให้ลูกค้ารู้สึกได้รับการดูแลและใส่ใจ ผ่านเครื่องมือการสื่อสารเชิงบริการ การฟัง เชิงลึก และการใช้ภาษาที่ไม่ทำให้เกิดความขัดแย้ง พร้อมฝึกปฏิบัติจากสถานการณ์จริงขององค์กร เพื่อให้สามารถบริการอย่างมืออาชีพและสร้างประสบการณ์ที่สร้างคุณค่าในมุมมองลูกค้าได้อย่างแท้จริง ผลลัพธ์คือ พนักงานบริการสามารถสื่อสารได้อย่างมั่นใจ เข้าใจลูกค้า สร้างความสบายใจ และทำให้ ลูกค้ารู้สึกว่า “ได้รับการดูแล ไม่ใช่ถูกจัดการ”
การบริหารคุณภาพด้วยหลักการ Six Sigma ถูกพัฒนาขึ้นจากบริษัท Motorola บริษัทชั้นนำในการผลิตอุปกรณ์และเครื่องมือทางอิเลคทรอนิกส์ และโทรคมนาคมตั้งแต่ปี ค.ศ. 1986 หลังจากได้ถูกพิสูจน์แล้วว่าหลักการของ Six Sigma ช่วยให้บริษัทควบคุมคุณภาพในการผลิตได้ขึ้นมากโดยใช้หลักการทางสถิติที่พัฒนาขึ้นมากจากวิธีการควบคุมคุณภาพก่อนหน้า วิธีการของ Six Sigma จึงได้ถูกนำไปใช้ในแทบจะทุกอุตสาหกรรมการผลิต ปัจจุบันหลักการควบคุมคุณภาพด้วย Six Sigma ได้ถูกพัฒนาให้นำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ นอกจากอุตสาหกรรมการผลิต และเมื่อรวมกับหลักการของ LEAN Enterprise หลักการของ Six Sigma จึงกระจายไปสู่อุตสาหกรรมบริการ สาธารณสุข การเงิน หรือแม้กระทั่งหน่วยงานราชการต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม การจะใช้ Six Sigma ได้อย่างถูกต้อง จำเป็นต้องได้รับการศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง
เทคนิคการบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ Time Management