In-house Training
หลักสูตรฝึกอบรมภายในองค์กรที่ออกแบบเฉพาะตามความต้องการของคุณ
เมื่อหัวหน้างาน คือปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จขององค์กร องค์กรจำนวนมากลงทุนกับเทคโนโลยี เครื่องจักร และระบบงาน แต่กลับพบว่าผลลัพธ์ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ระบบ แต่อยู่ที่ การบริหารคน หัวหน้างานจำนวนไม่น้อยเติบโตจากการเป็นคนทำงานเก่ง แต่ไม่เคยได้รับการพัฒนาให้เป็นผู้นำทีมอย่างเป็นระบบ จึงเกิดปัญหาการสื่อสารที่ไม่ชัดเจน การมอบหมายงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การขาดแรงจูงใจในทีม และการลาออกของพนักงานที่มีศักยภาพ ในยุคที่การแข่งขันสูงขึ้นทุกวัน องค์กรไม่ต้องการเพียงหัวหน้างานที่เก่งงาน แต่ต้องการ "ผู้นำหน้างาน" ที่สามารถสร้างคน สร้างทีม และสร้างผลงานได้พร้อมกัน หลักสูตรนี้ถือเป็น Signature Program ของ Wisdom Max Center ที่รวบรวมองค์ความรู้ ที่องค์กรชั้นนำต้องการมากที่สุดไว้ในหลักสูตรเดียว
หลายองค์กรมี “หัวหน้างานที่เก่งงาน” แต่ยังไม่ใช่ “ผู้นำที่เก่งคน”หัวหน้าหลายคนต้องแบกรับเป้าหมาย กดดันด้วย KPI เวลา และทรัพยากรที่จำกัด ขณะเดียวกันทีมกลับไม่เข้าใจ ไม่กล้าพูด ไม่กล้าตัดสินใจ และรอคำสั่งอยู่ตลอด ผลลัพธ์คือผลงานที่ชะลอตัว ความขัดแย้งที่มองไม่เห็น และ Engagement ที่ลดลงอย่างเงียบ ๆ หากองค์กรยังคงปล่อยให้หัวหน้างาน “บริหารงานด้วยประสบการณ์ส่วนตัว” โดยขาดกรอบคิดและทักษะภาวะผู้นำที่เป็นระบบ ต้นทุนที่แท้จริงอาจไม่ใช่แค่ผลงานที่ต่ำลง แต่คือ คนเก่งที่ไม่อยากเติบโตต่อในองค์กร ในยุคที่องค์กรต้องการความเร็ว ความยืดหยุ่น และการทำงานข้ามบทบาท ภาวะผู้นำไม่ใช่ตำแหน่ง แต่คือ “พฤติกรรมที่ส่งผลต่อคนและผลลัพธ์”หัวหน้างานยุคใหม่จึงต้องมากกว่าการสั่งงาน แต่ต้องสื่อสารเป็น เข้าใจคน คิดเป็นระบบ และตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบ หลักสูตร Essential Leadership Skills ถูกออกแบบจากประสบการณ์จริงของการทำงานกับองค์กรอุตสาหกรรมและธุรกิจหลากหลายรูปแบบ ผสานแนวคิดวิชาการด้าน Leadership กับเครื่องมือที่นำไปใช้ได้ทันทีในหน้างาน เน้นการเรียนรู้แบบ Adult Learning ที่ผู้เข้าอบรม “คิด–ลอง–ถอดบทเรียน” จนเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่วัดผลได้จริง
การพัฒนาองค์กรให้มีความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการจัดการที่ดี มีระบบการทำงานที่เป็นมาตรฐานและต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีคุณภาพสูงสามารถปฏิบัติงานในหน้าที่การงานของตนและการที่จะทำให้มีบุคลากรที่มีคุณภาพในองค์กรได้นั้น นอกจากจะมีระบบที่ดีในการสรรหา คัดเลือกคนเข้ามาอยู่ในองค์กรแล้วยังต้องพัฒนาบุคลากรในองค์กรอย่างต่อเนื่องและการให้การศึกษาอบรมโดยการวิธีการสอนงาน โดยผู้บังคับบัญชาโดยตรงเรียกว่า On The Job Training หรือ OJT 9ตามแนวทาง TWI Way (แนวทาง Training Within Industry) เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพและได้ผล ทำให้พนักงานมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถปฏิบัติงานได้ตรงตามหน้าที่ ซึ่งผู้บังคับบัญชาจำเป็นต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ มาถ่ายทอดให้โดยตรง เรียกว่า การสอนงานที่หน้างาน การสอนงานโดยเทคนิค OJT (On the Job Training; TWI Way) เป็นวิธีที่ใช้ฝึกอบรมที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกับพนักงานใหม่หรือมีการแต่งตั้งโยกย้ายมาดำรงตำแหน่งหน้าที่ใหม่ เพราะผู้เข้ารับการฝึกมีโอกาสเรียนรู้ขั้นตอนของการปฏิบัติงานจากสภาพที่เป็นจริง มีครูฝึก (Trainer) หรือพี่เลี้ยง (Mentor) คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม การที่จะประสบผลสำเร็จของการฝึกอบรมย่อมขึ้นอยู่กับครูฝึกหรือพี่เลี้ยงเป็นสำคัญ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้มีหน้าที่โดยตรงในการฝึกสอนพนักงาน จะต้องมีความรู้ ความเข้าใจในเทคนิคการสอนงานแบบ OJT (On the Job Training; TWI Way ) เพื่อจะได้นำไปปรับใช้และเป็นแนวทางในการสอนงานที่มีประสิทธิภาพต่อไป
หลายองค์กรมีหัวหน้างานที่ “เก่งงาน แต่ยังไม่เก่งคน” เขาเร่งงานให้เสร็จ แต่ทีมกลับเหนื่อย ล้า และเริ่มถอยห่าง การสื่อสารคลาดเคลื่อน การมอบหมายไม่ชัดเจน ความขัดแย้งเล็ก ๆ กลายเป็นต้นทุนที่มองไม่เห็น—ผลงานตก คุณภาพลด อัตราเข้า–ออกสูงขึ้น หากไม่พัฒนา “ทักษะผู้บังคับบัญชา” ให้ทันยุค องค์กรจะสูญเสียทั้งผลลัพธ์วันนี้และศักยภาพวันหน้า หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนหัวหน้างานให้เป็นผู้นำที่ทีมไว้วางใจและธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ในโลกการทำงานที่เปลี่ยนเร็ว บทบาทหัวหน้างานไม่ใช่แค่สั่งงาน แต่คือผู้เชื่อมกลยุทธ์สู่การปฏิบัติจริง หลายองค์กรพบว่าปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ระบบ แต่อยู่ที่ “พฤติกรรมการบริหารงานประจำวัน” การขาดทักษะการสื่อสารเชิงผู้นำ การโค้ช การติดตามผลงาน และการจัดการความแตกต่างของคน หลักสูตรนี้ผสานศาสตร์การบริหารสมัยใหม่กับการเรียนรู้แบบผู้ใหญ่ เน้นฝึกจากสถานการณ์จริงของผู้เข้าอบรม เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่วัดผลได้ทั้งเชิงพฤติกรรมและผลลัพธ์ทางธุรกิจ ทำให้หัวหน้างานทำงานง่ายขึ้น ทีมทำงานดีขึ้น และองค์กรได้ผลตอบแทนจากการพัฒนาคนอย่างชัดเจน
ในโลกธุรกิจปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความซับซ้อนมากขึ้น ภาวะผู้นำและทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ผู้นำในทุกระดับ ล้วนต้องเผชิญกับความท้าทายในการบริหารทีมงาน การสร้างแรงจูงใจ และการสื่อสารเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายองค์กร การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพคือหัวใจของความเป็นผู้นำ ผู้นำที่สามารถถ่ายทอดวิสัยทัศน์ สื่อสารเป้าหมาย และสร้างความเข้าใจที่ตรงกันกับทีมงาน จะสามารถลดความขัดแย้ง เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างบรรยากาศการทำงานที่เอื้อต่อความสำเร็จร่วมกัน หลักสูตรนี้จึงออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างทั้งภาวะผู้นำและทักษะการสื่อสารให้กับบุคลากรในองค์กร โดยมุ่งเน้นการผสมผสานระหว่างองค์ความรู้ด้านทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในการทำงาน
ในปัจจุบันสภาพแวดล้อมในการแข่งขันทางธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หัวหน้างานจึงต้องปรับตัวให้ทันสถานการณ์อยู่เสมอ หัวหน้าหรือผู้นำองค์กรระดับต้นเป็นกำลังสำคัญที่มีส่วนช่วยกำหนดความสำเร็จขององค์กร เพราะเป็นตำแหน่งที่เชื่อมโยงนโยบายขององค์กร สู่การปฏิบัติจริง เป็นผู้ต้องรับผิดชอบทั้งเป้าหมายของตนเองและทีมงาน การเป็นหัวหน้างานนั้นไม่เพียงแค่ได้รับการแต่งตั้งใครก็เป็นได้ แต่การเป็นหัวหน้างานที่มีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องใช้ทักษะความรู้ในเรื่องของการบริหารงานและการบริหารคน เพื่อทำงานให้บรรลุวัตถุประสงค์และนโยบาย ดังนั้นหัวหน้างานทุกระดับถือเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญยิ่งต่อองค์กรที่จะทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ ผู้ที่ดำรงตำแหน่ง “หัวหน้างาน” ได้ชื่อว่าเป็นกลไกสำคัญที่สามารถบ่งชี้ให้เห็นหรือได้ทราบว่า “องค์กรนั้นจะก้าวหน้าหรือก้าวไกลได้มากน้อยเพียงไร” หัวหน้างานในสายงานต่าง ๆ จึงล้วนแต่มีความสำคัญและมีอิทธิพลต่อการบังคับบัญชา การสอนงาน การมอบหมายและติดตามงาน การประสานงาน แรงงานสัมพันธ์และผลสำเร็จของงานที่จะเกิดขึ้น แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างมาก หาก “หัวหน้างาน” ขาดความพร้อมในการปฏิบัติงานในตำแหน่ง ทั้งเรื่องทักษะการบริหารจัดการขั้นพื้นฐานซึ่งรวมไปถึงกรอบความคิด ( Mind set) ที่แสดงออกมาในเชิงพฤติกรรมและบุคลิกภาพ ทำให้มีผลเสียอย่างมากต่อองค์กรและหน่วยงานนั้นๆ
การพัฒนาเพิ่มทักษะและขีดความสามารถของบุคลากรหัวหน้างาน / ผู้นำในองค์กร ล้วนมีบทบาทที่สำคัญที่สุดที่จะเป็นหัวหน้างานหรือผู้นำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จหรือความล้มเหลว หัวหน้างานหรือผู้นำในองค์กรทุกคน จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและทักษะในหลายๆด้าน เช่น มีทักษะการเป็นหัวหน้างานและภาวะผู้นำที่ดี ใช้หลักการบริหาร และการจัดการ การสั่งงาน มอบหมายงาน ควบคุมและติดตามงานได้อย่างมืออาชีพ มีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของการเป็นผู้บริหารที่ดี รู้จักวิธี การเรียนรู้ตนเองและการเรียนรู้บุคคลอื่นได้เป็นอย่างดี และต้องเป็นผู้ที่รู้จัก หลักจิตวิทยาในการบริหารเป็นอย่างดี ดังนั้น ในการอบรมด้านการจัดการ การสั่งงาน มอบหมายงาน ควบคุมและติดตามงานได้อย่างมืออาชีพ จึงเป็นการเติมเต็มและเสริมสร้างให้หัวหน้างาน/ผู้นำทุกท่านได้มีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาขีดความสามารถได้อีกทาง เพื่อที่จะได้เป็นผู้นำหรือหัวหน้างาน ที่สามารถนำพาองค์กรไปถึงเป้าหมายและบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ
ในยุคที่องค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งภายในและภายนอก การประสานงาน (Coordination) และการ ทำงานเป็นทีม (Teamwork) ถือเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในการดำเนินงาน การขาดการประสานงานที่ ดีอาจก่อให้เกิดความซ้ำซ้อน ล่าช้า หรือความขัดแย้งระหว่างหน่วยงาน ขณะที่การทำงานเป็นทีมที่มี ประสิทธิภาพจะช่วยสร้างความเข้าใจร่วมกัน ลดความผิดพลาด และเพิ่มพลังแห่งความร่วมมือให้เกิดผลลัพธ์ที่ ดียิ่งขึ้น หลักสูตรนี้มุ่งเน้นให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจบทบาทของตนเองในทีม เข้าใจความแตกต่างของบุคคล ฝึกฝนทักษะการ ประสานงาน การสื่อสาร และการแก้ปัญหาร่วมกัน เพื่อสร้างทีมงานที่มีพลัง ความเข้าใจ และมุ่งสู่เป้าหมาย เดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ภาวะผู้นำ คือ ปัจจัยหนึ่งในการนำองค์กรสู่ความสำเร็จ เนื่องจากจะต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถในการอธิบาย ชักจูง ให้เกิดการมีส่วนร่วมในการทำงาน ขณะเดียวกันก็ต้องปรับเปลี่ยนบทบาทตัวเองให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ผู้นำจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนรู้ทฤษฎี หลักการ วิธีการ เทคนิคการบริหารงานเพื่อประโยชน์ต่อหน่วยงาน และองค์กรให้เจริญก้าวหน้า ผลักดันให้หน่วยงานเป็นที่ยอมรับนับถือ สร้างความศรัทธา มีภาพลักษณ์ขององค์กรที่ดีต่อสังคม ซึ่งก็คือ “ความสำเร็จขององค์กรนั้นเอง” การพัฒนาเพิ่มทักษะและขีดความสามารถของบุคลากรผู้นำในองค์กร ล้วนมีบทบาทที่สำคัญที่สุดที่จะเป็นหัวหน้างานหรือผู้นำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จหรือความล้มเหลว หัวหน้างานหรือผู้นำในองค์กรทุกคน จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและทักษะในหลายๆด้าน เช่น มีทักษะการเป็นหัวหน้างานและภาวะผู้นำที่ดี ใช้หลักการบริหาร และการจัดการได้อย่างมืออาชีพ มีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของการเป็นผู้บริหารที่ดี รู้จักวิธี การเรียนรู้ตนเองและการเรียนรู้บุคคลอื่นได้เป็นอย่างดี และต้องเป็นผู้ที่รู้จัก หลักจิตวิทยาในการบริหารเป็นอย่างดี เพื่อพัฒนาทีมของตนเองให้ประสบความสำเร็จ ดังนั้น ในการอบรมด้านการพัฒนาภาวะผู้นำ จึงเป็นการเติมเต็มและเสริมสร้างให้ผู้นำทุกท่านได้มีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาขีดความสามารถได้อีกทาง เพื่อที่จะได้เป็นผู้นำหรือหัวหน้างาน ที่สามารถนำพาทีม นำพาองค์กรไปถึงเป้าหมายและบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ
หัวหน้างานทุกระดับถือเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญยิ่งต่อองค์กรที่จะทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ ผู้ที่ดำรงตำแหน่ง “หัวหน้างาน” ได้ชื่อว่าเป็นกลไกสำคัญที่สามารถบ่งชี้ให้เห็นหรือได้ทราบว่า “องค์กรนั้นจะก้าวหน้าหรือก้าวไกลได้มากน้อยเพียงไร” หัวหน้างานในสายงานต่าง ๆ จึงล้วนแต่มีความสำคัญและมีอิทธิพลต่อการบังคับบัญชา การสอนงาน การมอบหมายและติดตามงาน การประสานงาน แรงงานสัมพันธ์และผลสำเร็จของงานที่จะเกิดขึ้น แต่เป็นที่น่าเสียดายอย่างมาก หาก “หัวหน้างาน” ขาดความพร้อมในการปฏิบัติงานในตำแหน่ง ทั้งเรื่องทักษะการบริหารจัดการขั้นพื้นฐานซึ่งรวมไปถึงกรอบความคิด ( Mind set) ที่แสดงออกมาในเชิงพฤติกรรมและบุคลิกภาพ ทำให้มีผลเสียอย่างมากต่อองค์กรและหน่วยงานนั้นๆ หลักสูตรนี้จะให้ความรู้กับบุคคลใดก็ตามที่ดำรงตำแหน่ง “หัวหน้างาน” ซึ่งจะได้รับการถ่ายทอดตั้งแต่ กรอบแนวคิด (Mind set) ทัศนคติ (Attitude) การรู้จักตนเอง (Self-Approach) และเทคนิคการทำงาน (Supervisory Techniques) ให้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถและวุฒิภาวะที่ดีทั้งศาสตร์และศิลป์เป็นที่ยอมรับและศรัทธาของผู้ใต้บังคับบัญชาและเป็นที่เชื่อถือและไว้เนื้อเชื่อใจของผู้บังคับบัญชา ฝ่ายบริหารและองค์กร
5 ก้าวสู่การเป็นสุดยอดหัวหน้างานมืออาชีพเชิงปฏิบัติการ (5 Steps to Be Great Supervisor in Practice)
พนักงานมืออาชีพยุค 4.0 (เก่งงาน เก่งคิด เก่งใช้ชีวิต)
ภายใต้สภาวะการแข่งขันทางธุรกิจที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การทำงานเป็นทีม จึงถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่องค์กรส่วนใหญ่นำไปใช้ในการบริหารจัดการงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร การทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ และมีผลสำเร็จของเป้าหมายที่กำหนดไว้ย่อมทำให้องค์กรได้เปรียบในการแข่งขัน ในขณะเดียวกันหากการทำงานเป็นทีมที่เกิดความผิดพลาด คลาดเคลื่อน ไม่รู้จักหน้าที่ของตน และเน้นการทำงานคนเดียว ก็อาจนำมาซึ่งความเสียหายต่อหน่วยงาน ทีมงานและองค์กรได้เช่นกัน การทำงานเป็นทีมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกคนในองค์กรตั้งแต่ผู้บริหาร ผู้จัดการ หัวหน้างาน และพนักงาน ทุกคนย่อมต้องใช้การประสานงาน ความร่วมมือในการทำงานทั้งสิ้น เพื่อเกิดผลสำเร็จในการทำงานที่องค์กรคาดหวัง
ในยุคปัจจุบันที่องค์กรต่างๆ ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสังคม การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับหัวหน้างานขึ้นไป จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน หลักการของหลักสูตรนี้คือ: 1.ผู้นำที่มีประสิทธิภาพคือกุญแจสู่ความสำเร็จขององค์กร: ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ มีทักษะการสื่อสาร และสามารถสร้างแรงจูงใจให้กับทีมงานได้ จะช่วยนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.การทำงานเป็นทีมคือหัวใจของความสำเร็จ: การทำงานที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย การทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้องค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 3.การเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติคือวิธีที่ดีที่สุด: การฝึกอบรมที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริงผ่านกิจกรรม Workshop จะช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถเข้าใจและนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหตุผลที่ต้องจัดหลักสูตรนี้: 1.เพื่อพัฒนาศักยภาพของหัวหน้างาน: หัวหน้างานเป็นบุคคลสำคัญที่คอยขับเคลื่อนการทำงานของทีม การพัฒนาทักษะภาวะผู้นำและการทำงานเป็นทีมให้กับหัวหน้างานจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทั้งทีมและองค์กรโดยรวม 2.เพื่อสร้างวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม: การทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพจะช่วยลดปัญหาการทำงาน เช่น การสื่อสารที่ไม่ชัดเจน การทำงานที่ซ้ำซ้อน ความขัดแย้งภายในทีม เป็นต้น 3.เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง: การพัฒนาทักษะภาวะผู้นำและการทำงานเป็นทีมจะช่วยให้หัวหน้างานสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สรุป: หลักสูตร "ภาวะผู้นำกับการทำงานเป็นทีม" นี้ ได้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรในการพัฒนาศักยภาพของหัวหน้างานให้มีทักษะภาวะผู้นำและการทำงานเป็นทีมที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทั้งทีมและองค์กรโดยรวม อันจะส่งผลให้องค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้
การสอนงาน การให้คำปรึกษา และการจูงใจอย่างมีประสิทธิภาพ (Coaching Counseling and Performance Motivation Feedback)