In-house Training
หลักสูตรฝึกอบรมภายในองค์กรที่ออกแบบเฉพาะตามความต้องการของคุณ
เครื่องมือการจัดการในการที่จะมอบหมายและติดตามงาน รวมทั้งเป็นเข็มทิศในการพัฒนาสมรรถนะ (competency) ของบุคลากรทุกระดับในองค์กร นั่นก็คือ ใบกำหนดหน้าที่งาน (Job Description : JD) หรือรายละเอียดลักษณะงาน แต่หลายองค์กรมักจะพบอุปสรรคในการจัดทำ JD หลายประการ อาทิเช่น บริษัทมีการจัดทำ JD แล้ว แต่ไม่รู้จะเชื่อมโยง Competency ที่มีไปสู่ Training Road Map ของแต่ละฝ่ายงานได้อย่างไร ? แบบฟอร์ม JD ฝ่าย HR ก็ออกแบบให้แล้วนะ แต่หัวหน้างานต้นสังกัดไม่รู้จะเขียนหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างไรดีถึงจะเหมาะสม ? บริษัทมีกำหนด Competency ของแต่ละตำแหน่งงานแล้ว แต่ทำไมเวลา ISO 9001, TS16949 Audit ทีไร โดน NC เรื่อง Competency ทุกทีเลย แบบนี้จะทำอย่างไรดีล่ะ จะได้ไม่ต้องแก้ NC กันบ่อยๆ ? ใน JD ก็มีการกำหนด KPI แล้ว แต่ KPI ของ JD มันจะสอดคล้องกับ Corporate KPI และ Department KPI ได้อย่างไร ? แล้วมันเชื่อมโยงไปสู่การประเมินผลการปฏิบัติประจำปีอย่างไรดี ? JD ที่ดีมีประสิทธิภาพ ต้องตอบโจทย์ปัญหาการจัดการต่างๆ ข้างต้นได้ หลักสูตรฝึกอบรมนี้จึงได้รับการออกแบบและพัฒนานี้ขึ้น เพื่อช่วยให้ท่านและองค์กรของท่านพัฒนาทักษะของผู้บริหารทุกระดับ ให้สามารถ กำหนด ทบทวน ปรับปรุง JD ของพนักงานในหน่วยงานของตนได้อย่างเหมาะสม โดยที่ท่านไม่ต้องจ้างที่ปรึกษาแพงๆ
กระบวนการสรรหาและคัดเลือก เป็นกระบวนการสำคัญในการหาบุคลลากรที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับงาน หน้าที่ความรับผิดชอบ รวมถึงมีความสามารถปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างยั่งยืน การจ้างงานพนักงานที่ไม่เหมาะสม เป็นต้นทุนที่องค์กรได้แบกรับภาระไป แล้วเครื่องมืออะไรที่จะทาให้องค์กรกลั่นกรองคนที่มีความสามารถมีสมรรถนะในการทำงานตามที่องค์กรนั้นๆ ต้องการ หลักสูตรฝึกอบรมนี้ จัดทาขึ้นเพื่อมุ่งเสริมสร้างความรู้และทักษะเกี่ยวกับการนำ Competency มาใช้ใน“การสัมภาษณ์เพื่อเจาะพฤติกรรมที่คาดหวังของตำแหน่งงาน” ผ่าน Smart JD ให้แก่ HR, หัวหน้างาน, Line Manager เพื่อให้สามารถนำความรู้และเทคนิคดังกล่าวไปใช้เป็นเครื่องมือในการคัดเลือกผู้สมัคร ขจัดปัญหาการคัดเลือกผู้สมัครที่มีคุณลักษณะหรือความสามารถ ไม่ตรงตามตำแหน่งงาน เพิ่มความแม่นยำในการคัดเลือกพนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ
Power BI เป็นเครื่องมือวิเคราะห์และการแสดงภาพข้อมูลที่พัฒนาโดย Microsoft ซึ่งมีจุดมุ่งหมาย เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลจำนวนมากจากแหล่งต่างๆ และแปลงข้อมูลเหล่านั้นให้เป็นข้อมูลภาพที่มี ปฏิสัมพันธ์และสามารถใช้งานได้จริง Power BI ประกอบด้วยชุดของบริการซอฟต์แวร์, แอปพลิเคชัน, และตัวเชื่อมต่อที่ทำงานร่วมกันเพื่อ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูล, สร้างรายงานและแดชบอร์ดที่มีปฏิสัมพันธ์, และแบ่งปันข้อมูล เหล่านั้นกับผู้อื่นได้
Six Sigma เป็นวิธีการพัฒนาองค์กรแบบก้าวกระโดด (BREAKTHROUGH IMPROVEMENT) และเป็น การนำเครื่องมือทางสถิติ รวมทั้งการบริหารเชิงกลยุทธ์ที่มีระเบียบแบบแผนในการปฏิบัติอย่างชัดเจน เพื่อมุ่งเน้น การลดความผันแปรของกระบวนการผ่านกระบวนการ DEFINE – MEASURE – ANALYZE – IMPROVE – CONTROL (DMAIC) สำหรับหลักสูตรนี้จึงเป็นการแนะนำให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิคการปรับปรุง ด้วย Six Sigma เพื่อไปเป็นแบวทางในการปรับปรุงกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การให้บริการในปัจจุบันไม่ได้วัดผลเพียงคุณภาพของงานหรือความถูกต้องของข้อมูลเท่านั้น แต่ “คุณภาพของประสบการณ์ที่ลูกค้ารับรู้” ต่างหากที่กำหนดความประทับใจและการกลับมาใช้บริการ อีกครั้ง งานวิจัยด้าน SERVQUAL และ CX Management ชี้ว่า มากกว่า 70% ของความประทับใจของ ลูกค้าเกิดจากทักษะการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ของผู้ให้บริการ ไม่ใช่จากขั้นตอนการปฏิบัติงานเชิง เทคนิค อย่างไรก็ตาม พนักงานช่างหรือพนักงานบริการจำนวนมากแม้จะมีความสามารถด้านเทคนิค สูง แต่กลับประสบปัญหาในการสื่อสารกับลูกค้า เช่น อธิบายข้อมูลมากเกินไป ใช้ศัพท์เทคนิค ลูกค้าไม่ เข้าใจ สื่อสารแบบ “แก้ปัญหาให้เสร็จ” แต่ไม่สร้างความรู้สึกสบายใจ ทำให้ลูกค้าเกิดความไม่มั่นใจ และ นำไปสู่ข้อร้องเรียน แม้งานจะถูกต้องก็ตาม หลักสูตรนี้จึงมุ่งพัฒนา Service Mind + Positive Communication + Empathy เพื่อให้ผู้เข้าอบรม สื่อสารอย่างเข้าใจง่าย ให้ลูกค้ารู้สึกได้รับการดูแลและใส่ใจ ผ่านเครื่องมือการสื่อสารเชิงบริการ การฟัง เชิงลึก และการใช้ภาษาที่ไม่ทำให้เกิดความขัดแย้ง พร้อมฝึกปฏิบัติจากสถานการณ์จริงขององค์กร เพื่อให้สามารถบริการอย่างมืออาชีพและสร้างประสบการณ์ที่สร้างคุณค่าในมุมมองลูกค้าได้อย่างแท้จริง ผลลัพธ์คือ พนักงานบริการสามารถสื่อสารได้อย่างมั่นใจ เข้าใจลูกค้า สร้างความสบายใจ และทำให้ ลูกค้ารู้สึกว่า “ได้รับการดูแล ไม่ใช่ถูกจัดการ”
การบริหารคุณภาพด้วยหลักการ Six Sigma ถูกพัฒนาขึ้นจากบริษัท Motorola บริษัทชั้นนำในการผลิตอุปกรณ์และเครื่องมือทางอิเลคทรอนิกส์ และโทรคมนาคมตั้งแต่ปี ค.ศ. 1986 หลังจากได้ถูกพิสูจน์แล้วว่าหลักการของ Six Sigma ช่วยให้บริษัทควบคุมคุณภาพในการผลิตได้ขึ้นมากโดยใช้หลักการทางสถิติที่พัฒนาขึ้นมากจากวิธีการควบคุมคุณภาพก่อนหน้า วิธีการของ Six Sigma จึงได้ถูกนำไปใช้ในแทบจะทุกอุตสาหกรรมการผลิต ปัจจุบันหลักการควบคุมคุณภาพด้วย Six Sigma ได้ถูกพัฒนาให้นำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ นอกจากอุตสาหกรรมการผลิต และเมื่อรวมกับหลักการของ LEAN Enterprise หลักการของ Six Sigma จึงกระจายไปสู่อุตสาหกรรมบริการ สาธารณสุข การเงิน หรือแม้กระทั่งหน่วยงานราชการต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม การจะใช้ Six Sigma ได้อย่างถูกต้อง จำเป็นต้องได้รับการศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง
“ไม่มีเวลา ไม่มีเวลา” “อยากมีเวลาเพิ่มขึ้น” เป็นประโยคที่เราทุกคนมักได้ยินเป็นประจำ ซึ่งในโลกของความเป็นจริง เวลาเป็นทรัพยากรที่มีค่าและเป็นทรัพยากรเดียวในโลกที่ทุกคนมีเท่ากัน ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ แท้จริงแล้วคือเราไม่สามารถบริหารจัดการเวลาได้ แต่เป็นการบริหารจัดการลำดับความสำคัญของงานต่างหาก สำหรับพนักงานผู้ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานสูง จะไม่เริ่มต้นการทำงานด้วยงาน แต่จะเริ่มต้นการทำงานด้วยการวางแผนเวลาก่อนทำงาน จัดลำดับความสำคัญ แบ่งเวลา วิเคราะห์งาน เพื่อให้รู้ว่าควรทำอะไรก่อนหลังอย่างเป็นระบบ และมีแผนรองรับเสมอ ดังนั้นหลักสูตรนี้จะช่วยให้ท่านมีโอกาสได้ทำในสิ่งที่คุณต้องการทำให้สำเร็จได้มากขึ้น เพิ่มการมีวินัยกับเรื่องเล็กๆเพื่อนำไปสู่ผลงานตามเป้าหมายใหญ่ได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้มีความสุขกับทุกบทบาทของตนเองได้ครบทั้ง 6 มิติ ทั้งเรื่องการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
การคิดบวกในการทำงานเพื่อสร้างความสำเร็จขององค์กร ( Positive Thinking for Success)
หลักสูตรการอบรมแบบออนไลน์ การบรรยายแบบมีสาระ พร้อมสอดแทรกแนวคิดในการทำงาน
การคิดบวกและควบคุมอารมณ์สำหรับพนักงานมืออาชีพ (Positive Thinking & EQ for SMART People)
ความหลากหลายในสถานที่ทำงาน มีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ขององค์กรทุกระดับทั้งภาครัฐและเอกชน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการบริหารจัดการความหลากหลายอย่างมีประสิทธิภาพ ความจริงแล้ว ความหลากหลายไม่ใช่เป็นปัญหาเสมอไป ในทางตรงกันข้ามความหลากหลายก็เป็นเสน่ห์และคือคุณค่า หากบริหารจัดการเป็น ก็กลายเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อบุคลากร ความแตกต่างของช่วงวัย (Generations) ภายในองค์กรเป็นประเด็นหนึ่งที่มักถูกหยิบยกมาเป็นสาเหตุของปัญหาในการสื่อสาร การประสานงาน การทำงานร่วมกัน การทำงานข้ามสายงาน และการทำงานเป็นทีม เพราะการเติบโตและเลี้ยงดูที่ได้รับได้หล่อหลอมให้บุคลากรแต่ละช่วงวัยมีลักษณะการทำงานและการตัดสินใจที่แตกต่างกันออกไปได้ ซึ่งเป็นความจริง แต่อาจเป็นความจริงเพียงส่วนเดียว เพราะความจริงอีกส่วนคือ ไม่มีสมองของใครเหมือนกันเลย ดังนั้นแม้อยู่ในช่วงวัยเดียวกัน เรามีบางอย่างคล้ายกัน
ภายใต้สภาวะการแข่งขันทางธุรกิจที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การจัดการ ข้อขัดแย้งเพื่อสร้างสัมพันธภาพในงานและการสื่อสารจึงถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่องค์กรส่วนใหญ่นำไปใช้ในการบริหารจัดการงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร การจัดการความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ การสื่อสารที่ “ถูกต้อง ชัดเจน ตรงประเด็น สั้นกระชับ ได้ใจความ และรวดเร็ว” และการทำงานเป็นทีม ย่อมทำให้องค์กรได้เปรียบในการแข่งขัน ในขณะเดียวกันการละเลยการจัดการข้อขัดแย้งและการสื่อสารที่ผิดพลาด คลาดเคลื่อน และล่าช้า ก็อาจนำมาซึ่งความเสียหายต่อหน่วยงาน ทีมงานและองค์กรได้เช่นกัน
หลักสูตร “เทคนิคการคิดเชิงระบบ (Systematic Thinking in Effective Action)” ได้ถูกออกแบบมาตามแนวคิดของการทำงานของฐานสมอง ที่เรียกว่า Brain Best Learning หรือ BBL ทำให้การคิดเชิงระบบมีความสอดคล้องกับวิธีการทำงานของสมองแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม สามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยการหาความสัมพันธ์เชิงระบบจากการทำงานต่าง ๆ นำไปสู่การหาข้อสรุปของระบบการทำงาน การตัดสินใจ รวมถึงการวางแผนเพื่อปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็วในเรื่องต่างๆ ทำให้ได้งานอย่างมีคุณภาพอีกทั้งมีประสิทธิภาพ อันเป็นประโยชน์ยิ่งให้กับทุก ๆ องค์กร
ตารางบริหารทักษะในการทำงาน (Skill Matrix) เป็นตารางที่ใช้กำหนดการบริหารงานบุคคลเพื่อใช้วางแผนกำหนดตำแน่งงาน การกำหนดหน้าที่เช่น อะไรเป็นสิ่งที่จะที่บอกได้ว่าพนักงานคนไหนควรต้องทำได้ ความรู้ความสามารถในการทำอยู่ในระดับใด เพื่อทำการประเมินผลงานและใช้วางแผนปรับปรุงพัฒนาบุคลากรต่อไป การกำหนดบริหารจัดการทักษะจะทำให้เกิดการพัฒนาบุคลากรที่ดีและเป็นการเพิ่มศักยภาพของพนักงานให้สามารถทำงานได้ในหลากหลายงาน สามารถปรับเปลี่ยนขบวนการทำงานแทนกันได้ในกรณีที่จำเป็นและช่วยให้เลือกคนมาทำงานกับเครื่องจักรที่เหมาะสมได้ จึงเป็นที่มาของหลักสูตรดังกล่าวข้างต้นในที่สุด
การบริหารโครงการ (Project Management) นับเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในโครงการต่าง ๆ ขององค์กร นอกเหนือไปจากหน้าที่ความรับผิดชอบในการบริหารงานประจำวัน (Daily Management) ผู้บริหารโครงการจะต้องบริหารโครงการที่ดูแลให้เกิดประสิทธิผลตามเป้าหมายของโครงการที่ตั้งไว้ และบริหารโครงการให้มีประสิทธิภาพ ภายใต้ข้อจำกัดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ บุคลากร และเวลา